ซักผ้าห่มกับแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก

เสื้อผ้าสะอาดก็น่าสวมใส่ ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม และผ้าเช็ดตัวก็เช่นกัน หากซักให้สะอาดอยู่เสมอก็ไม่มีปัญหาเชื้อโรคมากวนใจ การซักเครื่องนอนและของใช้ในบ้านให้สะอาดนั้นสำคัญ เพราะเมื่อเราใช้งานเสร็จแล้ว เชื้อโรคก็ทำงานทันที มีการก่อตัวและเพิ่มจำนวนขึ้นหลายเท่า การซักเครื่องนอนเป็นประจำจึงช่วยให้ร่างกายที่สัมผัสเครื่องนอนต่าง ๆ ไม่สะสมเชื้อโรค และเพื่อสุขอนามัยที่ดีของเราด้วย แล้วเราควรซักผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม และผ้าเช็ดตัวบ่อยแค่ไหน บทความนี้มีคำตอบที่ทุกคนสงสัย ทำไมต้องซัก วิธีการซักที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ใช้บริการแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักง่ายกว่าหรือไม่ มาติดตามกันได้เลย 

 

ทำไมต้องซัก?

ทุกครั้งเมื่อร่างกายของเราสัมผัสผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว หรือผ้าปูที่นอนนั้น จะเกิดการสะสมเชื้อโรคจนทำให้เครื่องนอนต่าง ๆ นั้นสกปรก ซึ่งจะมาจากไรฝุ่น เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว หรือเหงื่อไคลของเรา เมื่อเราใช้งานบ่อยขึ้นเชื้อโรคก็จะมีการก่อตัวหรือเพิ่มจำนวนมากขึ้นหลายเท่า ดังนั้นเพื่อสุขอนามัยที่ดี เราควรซักผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว และผ้าปูที่นอนเป็นประจำ หากเราใช้งานแล้วปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ซัก อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ตัวอย่างเช่น ภูมิแพ้ หรือปัญหาผิวหนังอย่างผิวหนังอักเสบได้ หากเป็นเครื่องนอนผืนใหญ่เพื่อความสะดวกสบายอาจมีการใช้บริการธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ หรือแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก เพราะปัจจุบันมีธุรกิจซักผ้าเปิดให้เราใช้บริการอยู่หลายแห่ง การซักเครื่องนอนเป็นประจำจึงทำได้ง่ายขึ้น เมื่อเครื่องนอนสะอาดก็ทำให้น่าใช้งานมากขึ้นนั่นเอง 

 

ผ้าแบบนี้ซักบ่อยแค่ไหน

  • ผ้าปูที่นอน ควรมีการซักสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพราะหลังใช้งานอาจมีคราบสิ่งสกปรก เหงื่อไคล หรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วสะสมอยู่ เพื่อสุขอนามัยที่ดีจึงต้องมีการทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง

  • ผ้าห่ม สำหรับผ้าห่มนั้นอาจมีการซักเดือนละหนึ่งครั้ง แต่หลังใช้งานก็มีการสะสมเชื้อโรคเช่นเดียวกัน ดังนั้นเพื่อสุขอนามัยที่ดี หลังใช้งานทุกครั้งควรนำมาตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคจะทำให้ผ้าห่มสะอาดมากยิ่งขึ้น หากไม่สามารถซักเองได้อาจใช้บริการแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักเพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

  • ปลอกหมอน สำหรับปลอกหมอนนั้นควรมีการซักทุกสัปดาห์ เพราะเป็นเครื่องนอนที่สัมผัสกับศีรษะเราโดยตรง อาจมีการสะสมของเศษผม หรือรังแค การถอดมาซักทุกสัปดาห์จึงช่วยให้ปลอกหมอนไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคนั่นเอง

  • ผ้าเช็ดตัว ควรนำมาซักหลังใช้งาน 3 – 4 ครั้ง เพราะผ้าเช็ดตัวมีการสัมผัสกับผิวหนังเรามากที่สุด ทั้งผิวหน้าและผิวกาย อาจมีการสะสมของเซลล์ที่ตายแล้ว หรือเชื้อโรคต่าง ๆ เพื่อสุขอนามัยที่ดีเราควรนำมาซักหลังใช้งานเพียงไม่กี่ครั้งจะดีที่สุด

Image
ซักผ้าเช็ดตัวบ่อยแค่ไหน

วิธีการซักที่ถูกต้อง

วิธีการซักเครื่องนอนต่าง ๆ ที่ถูกต้องนั้น ควรมีการเลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่เหมาะกับเนื้อผ้า ตัวอย่างเช่น น้ำยาซักผ้า, น้ำยาปรับผ้านุ่ม ควรเลือกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ฆ่าเชื้อโรคโดยเฉพาะ อาจเลือกเป็นสูตรอ่อนโยนเพื่อไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองขณะใช้งาน นอกจากนี้ควรมีการแยกผ้าซัก อาจแยกเป็นผ้าชิ้นเล็กซักด้วยกันได้ สำหรับผ้าเช็ดตัวกับผ้าห่มควรแยกซักแบบเดี่ยวจะช่วยให้สะอาดยิ่งขึ้นและไม่เกิดกลิ่นอับ สำหรับผ้าผืนใหญ่อาจมีการใช้บริการแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักก็เป็นอีกวิธีที่สะดวกสบายเช่นเดียวกัน สำหรับผ้าที่ซักเอง การซักผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว หรือผ้าปูที่นอนนั้น เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคควรนำมาแช่ไว้ในน้ำร้อน 15 – 20 นาที จะช่วยให้การซักผ้าง่ายยิ่งขึ้น และการอบผ้านั้นหากเป็นเครื่องซักผ้าที่มีฟังก์ชันอบผ้าได้ในเครื่องเดียวก็จะช่วยให้สะดวกสบายและง่ายต่อการซักมากยิ่งขึ้น อย่าลืมหลังการอบผ้าควรนำมาตากแดดให้แห้งเพื่อลดกลิ่นอับและความชื้นที่อาจทำให้เกิดเชื้อราด้วย

 

การซักผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ที่ร้านสะดวกซัก ดีไหม?

สำหรับผ้าผืนใหญ่ที่ไม่สามารถซักเองได้หรือเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการซัก เราสามารถใช้บริการร้านสะดวกซัก หรือธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญได้เช่นเดียวกัน ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับลูกค้าเนื่องจากขนาดของเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ หรือร้านสะดวกซักนั้นสามารถรองรับผ้าห่มหรือผ้าปูที่นอนใหญ่ ๆ ได้มากกว่า นอกจากนี้เครื่องซักผ้าในร้านสะดวกซักนั้นยังมีฟังก์ชันที่มีเครื่องอบผ้าในตัว ทำให้ง่ายต่อการซักผ้า ทำให้ผ้าแห้งเร็วและประหยัดเวลามากกว่าซักเอง ในส่วนของค่าใช้จ่ายยังคุ้มค่ามากกว่าซักเอง เพราะการใช้บริการร้านสะดวกซักนั้นเราจ่ายเฉพาะค่าซักผ้า แต่หากเราซักเองอาจมีค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ เพิ่มเข้ามา การใช้บริการร้านสะดวกซักจึงคุ้มค่ามากกว่านั่นเอง 

 สุขอนามัยที่ดีนั้นเริ่มต้นจากการซักเครื่องนอนของเราอย่างสม่ำเสมอ เพราะเครื่องนอนไม่ว่าจะผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว หรือผ้าปูที่นอนสัมผัสกับร่างกายเราโดยตรง มีการสะสมของเชื้อโรค แบคทีเรีย และเซลล์ที่ตายแล้วจำนวนมาก หากปล่อยปละละเลยไม่นำมาซักอย่างสม่ำเสมออาจส่งผลให้เกิดภูมิแพ้ หรือโรคผิวหนังต่าง ๆ ได้ หากเราไม่สะดวกซักเองเพราะผ้ามีขนาดใหญ่ อาจใช้บริการแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก หรือธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญได้ เพราะปัจจุบันการลงทุนเปิดร้านซักผ้านั้นเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ในแหล่งชุมชนหรือตัวเมืองจึงมีการเปิดให้ใช้บริการอยู่หลายแห่ง เพื่อความสะดวกสบายและคุ้มค่า ร้านสะดวกซักจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 

 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เราคือ มารุ สะดวกซัก ร้านซักผ้าหยอดเหรียญสไตล์ญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่ ซึ่งนำเข้าเครื่อง Tosei จากประเทศญี่ปุ่นดำเนินการภายใต้บริษัท กันยง ลอนดรี้ จำกัด เรามีทีมงานที่มีคุณภาพช่วยวิเคราะห์ให้คำปรึกษาและทีมงานออกแบบ ตกแต่งร้านที่เป็นมืออาชีพ

อีกหนึ่งทางเลือกดีที่สุดในการลงทุนร้านสะดวกซัก พร้อมสร้างรายได้และเติบโตได้อย่างมั่นคง สนใจสมัครแฟรนไชส์เครื่องซักผ้า ติดต่อ 02-118-2959 หรือที่เว็บไซต์ Maru Laundry