
การเลือกเครื่องซักผ้าให้เหมาะสมกับธุรกิจร้านสะดวกซัก เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจโดยตรง หากเลือกเครื่องซักผ้าที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับปริมาณการใช้งานของลูกค้า จะช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุง ประหยัดพลังงานและมอบบริการที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้งานในธุรกิจร้านสะดวกซักได้
ทำความรู้จัก เครื่องซักผ้าที่ใช้ในธุรกิจสะดวกซักมีกี่แบบ อะไรบ้าง
เครื่องซักผ้าที่ธุรกิจสะดวกซักนิยมลงทุนซื้อกัน จะมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องซักผ้าฝาหน้า (Front Load Washer) ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในธุรกิจสะดวกซัก เพราะมีประสิทธิภาพสูง ประหยัดน้ำและพลังงาน อีกทั้งบรรจุปริมาณผ้าได้เยอะ และอีกแบบ เครื่องซักผ้าฝาบน (Top Load Washer) เป็นอีกทางเลือกหนึ่ของธุรกิจร้านสะดวกซักที่มีงบลวทุนไม่เยอะ โดยเครื่องซักผ้าฝาบนจะมีราคาถูกกว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้า อีกทั้งยังใช้ปริมาณน้ำและพลังงานมากกว่าอีกด้วย
ในการเลือกประเภทของเครื่องซักผ้าสำหรับธุรกิจสะดวกซัก แนะนำว่าให้ควรพิจารณาถึงขนาดพื้นที่ในการวางตัวเครื่อง งบประมาณ และพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก จะช่วยให้คุณคำนวนความคุ้นค่าในการลงทุนได้
เทียบความต่าง เครื่องซักผ้าฝาหน้า VS เครื่องซักผ้าฝาบน เลือกแบบไหนดี
เจ้าของธุรกิจร้านสะดวกซักหลายคน มักสงสัยกันว่า ควรจะเลือกซื้อเครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือจะซื้อเครื่องซักผ้าฝาบนดี เพราะนอกเหนือจากเรื่องลักษณะการเปิดใช้งานของเครื่องซักผ้าทั้ง 2 ประเภทที่ไม่เหมือนกันแล้ว
เมื่อพูดถึงคุณสมบัติและฟังก์ชั่นการใช้งานของเครื่องซักผ้าทั้งสองแบบ ยังมีจุดเด่นและจุดด้อยที่เหมาะกับรูปแบบธุรกิจต่างกันออกไป เรามาดูกันว่า เครื่องซักผ้าทั้ง 2 แบบแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร
เครื่องซักผ้าฝาหน้า (Front Load Washer)
เป็นเครื่องซักผ้าที่มีฝาเปิดอยู่ด้านหน้าเครื่อง มีระบบซักผ้าจะทำงานแบบหมุนถังซักเป็นวงล้อ โดยจะหมุนให้ผ้าตกลงมาไปเรื่อยๆ เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าจะซักสะอาดกว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาบน อีกทั้งยังใช้ปริมาณน้ำและพลังงานไฟน้อยกว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาบน
ข้อดี : ของเครื่องซักผ้าฝาหน้า คือเป็นเครื่องซักผ้าที่ซักสะอาดและถนอมใยผ้ามากที่สุด รอบปั่นผ้าจะเร็ว ทำให้ผ้าแห้งไวกว่าเครื่องซักผ้าฝาบน แต่ข้อเสียคือจะใช้ระยะเวลาซักนานและมีราคาสูง การใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้าในธุรกิจร้านสะดวกซัก จะเหมาะกับหน้าร้านที่มีพื้นที่กว้างสำหรับวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า
เครื่องซักผ้าฝาบน (Top Load Washer)
เป็นเครื่องซักผ้าที่มีฝาเปิดอยู่ด้านบนเครื่อง มีระบบแรงปั่นผ้าที่ช้ากว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า ทำให้ผ้าแห้งช้ากว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า อีกทั้งยังใช้ปริมาณน้ำและพลังงานไฟเยอะ
ข้อดี : ของเครื่องซักผ้าฝาบน คือราคาถูกกว่าเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า มีขนาดเล็กกระทัดรัดเหมาะกับหน้าร้านที่มีพื้นที่จำกัด ข้อเสียคือ เครื่องซักผ้าฝาบน มีโปรแกรมซักผ้าที่จำกัด ขจัดคราบสกปรกได้น้อยกว่า ไม่ได้ถนอมเนื้อผ้าเท่าที่ควร การใช้เครื่องซักผ้าประเภทนี้เหมาะกับธุรกิจสะดวกซักที่มีทุนไม่เยอะ เน้นปริมาณเครื่องจำนวนมากที่ร้านเป็นหลัก
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อเครื่องซักผ้าสำหรับธุรกิจร้านสะดวกซัก
ก่อนจะซื้อเครื่องซักผ้าเอาไว้ที่ร้าน สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาต่อมาคือกำลังแรงใช้งาน ที่เหมาะกับการใช้งานจริง เพราะเครื่องซักผ้าทั้ง 2 ประเภทมีหลากหลายรุ่นและขนาดตั้งแต่เล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งมีผลต่อความจุและแรงในการซักด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้เครื่องซักผ้าที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับการใช้งานจริง แนะนำให้ลองพิจารณา ดังนี้
1. เลือกขนาดและความจุเครื่องซักผ้า
เพราะขนาดของเครื่องซักผ้า มีผลต่อความจุรองรับปริมาณผ้าได้ไม่เหมือนกัน โดยปกติแล้ว ธุรกิจร้านสะดวกซักจะนิยใช้เครื่องซักผ้าความจุผ้า 5 – 7 กิโลกรัม (รองรับจำนวนผ้าแห้งประมาณ 25 – 30 ชิ้น) และความจุเครื่องซักผ้า 7 – 9 กิโลกรัม (รองรับจำนวนผ้าแห้งประมาณ 30 – 45 ชิ้น) นอกจากนี้ การวัดขนาดของเครื่องซักผ้าก่อนซื้อ ยังช่วยให้คุณประเมินจำนวนเครื่องซักผ้าที่จะติดตั้งไว้ในร้านได้อีกด้วย
2. ดูความทนทานเครื่องซักผ้า
การซื้อเครื่องซักผ้าในธุรกิจร้านสะดวกซัก ควรซื้อเครื่องซักผ้าที่สามารถเปิดใช้งานได้ตลอดทั้งวัน สามารถใช้งานได้นานมากกว่า 8 รอบต่อวันหรือมากกว่า 30,000 รอบ
3. เลือกเครื่องซักผ้าที่ประหยัดพลังงานและน้ำ
การเลือกเครื่องซักผ้าสำหรับร้านสะดวกซัก ที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงานไฟฟ้าและน้ำ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในธุรกิจร้านสะดวกซักได้ระยะยาว แนะนำให้เลือกซื้อเครื่องที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และใช้มอเตอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ช่วยควบคุมความเร็วรอบหมุน ลดการใช้พลังงาน และทำงานเงียบกว่า
4. วางแผนค่าใช้จ่ายและงบประมาณ
การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องซักผ้าสำหรับลงทุนธุรกิจร้านสะดวกซัก เปิดร้านซักผ้า แนะนำให้คุณประเมินจำนวนลูกค้าจริงที่มีแนวโน้มเข้ามาใช้งานต่อเดือนและความถี่ในการเข้าใช้บริการในร้าน โดยสามารถเทียบกับร้านค้าใกล้เคียงโดยรอบ จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายและงบประมาณในการซื้อเครื่องซักผ้าได้

สรุปข้อดี-ข้อเสียของเครื่องซักผ้าแต่ละประเภทในธุรกิจสะดวกซัก
เครื่องซักผ้าแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน เครื่องซักผ้าฝาหน้า มีข้อดีคือ ประหยัดน้ำและพลังงาน ซักผ้าได้สะอาดกว่า และมีรอบปั่นที่แรงทำให้ผ้าแห้งเร็ว เหมาะสำหรับธุรกิจร้านสะดวกซักที่ต้องการลดต้นทุนระยะยาว แต่ข้อเสียคือ ราคาสูงกว่าฝาบน และต้องใช้พื้นที่ด้านหน้าสำหรับเปิด-ปิดประตู
นอกจากนี้ เครื่องซักผ้าฝาบน มีข้อดีคือ ราคาถูกกว่า ใช้งานง่ายต่อผู้ใช้งานแต่มีข้อเสียคือ ใช้น้ำมากกว่า ซักได้ไม่สะอาดเท่าฝาหน้า และรอบปั่นแห้งช้ากว่า ทำให้ใช้เวลาตากผ้านานขึ้น
มองหาเครื่องซักผ้าคุณภาพดี สำหรับลงทุนธุรกิจร้านสะดวกซัก พร้อมเลือกซื้อกับแบรนด์ร้านสะดวกซักที่น่าเชื่อถือ ขอแนะนำ Maru Laundry ลงทุนเครื่องซักผ้าผ้าหยอดเหรียญสไตล์ญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ร้านซักอบแห้งที่ทันสมัย มอบความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยบริการด้วยเครื่องซักผ้า-อบผ้า การันตีมาตรฐาน ซักผ้าสะอาด หอม ถนอมใยผ้า ปรึกษาเราได้ที่ Maru Laundry